มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรมได้เล็งเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนภาคธุรกิจอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพในการแข่งขันและสามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐอย่างใกล้ชิด รวมถึงสร้างทีมเวิร์คในการทำงานร่วมกันของนักธุรกิจภาคเอกชนและผู้นำหน่วยงานในภาครัฐ เพื่อช่วยกันผลักดันและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในสภาวะการณ์ที่เศรษฐกิจของโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใต้ระบบการตลาดที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น

การบรรลุความสำเร็จต่างๆข้างต้น ผู้นำและผู้บริหารองค์กรจะต้องมีความรู้ในศาสตร์ที่หลากหลาย มีทัศนคติที่ถูกต้องชัดเจน และมีความกล้าในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกด้านโดยมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีหลักการบริหารและปฏิบัติการที่รวดเร็วทันสมัยในยุคของ Digital Economy เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

“มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม” จึงได้จัดตั้ง “สถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม” (วธอ./IBID) เพื่อรองรับวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยการจัดทำหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” รวมถึงหลักสูตรระดับสูงอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในทุกด้านและสร้างเครือข่ายบุคลากรด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุนของประเทศ เพื่อเป็นหลักที่สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป

  1. พัฒนาผู้นำด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุนทั้งในหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน
  2. พัฒนาหลักสูตรระดับสูงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุน
  3. ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งเครือข่ายภาคเอกชน
  4. จัดให้มีการฝึกอบรมและสัมมนาวิชาการผู้บริหารระดับสูง เพื่อการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม และการลงทุน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี
ประธานกรรมการ
นายกิตติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์
กรรมการ
นายเกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน
กรรมการ
นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์
กรรมการ
นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ
กรรมการ
นายทนุธรรม เกียรติไพบูลย์
กรรมการ
พลเอกธวัชชัย สมุทรสาคร
กรรมการ
นายนพพร วิฑูรชาติ
กรรมการ
นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ
กรรมการ
นายพากพูม วัลลิสุต
กรรมการ
นายพิสิษฐ์ สุนทรีรัตน์
กรรมการ
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร
กรรมการ
นายสมิตร โอบายะวาทย์
กรรมการ
นายสุหัตถ์ สังชญา
กรรมการ
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย์
กรรมการ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
กรรมการ
นายอรัญ พันธุมจินดา
กรรมการ
นางปิยาภรณ์ แสนโกศิก
กรรมการและเลขานุการ

“มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม” ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า FOUNDATION FOR BUSINESS AND INDUSTRIAL DEVELOPMENT (FBID)

ในปี 2556 กระทรวงอุตสาหกรรมได้เล็งเห็นความสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพอย่างยั่งยืน เนื่องมาจากสภาพการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและปัจจัยที่เกี่วข้องอื่นๆอย่างรวดเร็วและยากต่อการคาดเดาในปัจจุบัน ผู้บริหารองค์กรทุกองค์กรจึงจำเป็นต้องมีความรู้และความพร้อมในทุกๆด้าน

ที่จะสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถคาดเดาเหล่านั้นได้ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ผู้บริหารจะต้องสามารถกำหนดอนาคตของสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญต่อองค์กรของตนเอง ให้สามารถสนับสนุนการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กรตนเองได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ในการที่จะบรรลุความสำเร็จเหล่านี้ ผู้บริหารองค์กรจำเป็นต้องมีความรู้ในศาสตร์ที่หลากหลาย มีทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง และมีความกล้าที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกๆด้าน มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ไม่เพียงแค่มองและวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต แต่จำเป็นต้องมีหลักการบริหารจัดการแบบใหม่เพื่ออนาคตด้วยเช่นกัน

จากเหตุผลดังกล่าว จึงได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเห็นว่าควรมีการจัดการหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรม และการลงทุนขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างผู้นำด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุน รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความรู้นวัตกรรมใหม่ๆ ให้เป็นนักพัฒนาการอุตสาหกรรมและการลงทุนที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพของอุตสาหกรรมได้ จึงต้องมีการจัดตั้งสถาบันขึ้นมาเพื่อดำเนินงานดังกล่าว สำหรับรูปแบบการดำเนินงานของสถาบันนั้น ก็ได้เป็นไปในแนวทางที่เอื้อต่อความคล่องตัวของหลักสูตร และไม่ยึดติดกับการใช้งบประมาณของส่วนราชการ จึงมีความเห็นว่าควรตั้งมูลนิธิเพื่อรองรับโครงการ อันเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานของหลักสูตรต่อไป

วัตถุประสงค์

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว (เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม  พ.ศ. 2556)  โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1.ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสาขาอื่นๆ
2.ดำเนินการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา แนะนำ การศึกษาดูงาน การฝึกอบรมการวิจัย พัฒนา และประกอบกิจการ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและมีความต่อเนื่องกับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ
3.จัดตั้งสถาบัน ศูนย์ หรือหน่วยงานในรูปแบบหรือลักษณะต่างๆ ภายใต้การกับกำของมูลนิธิในการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
4.ส่งเสริม สนับสนุน ให้ความร่วมมือและประสานงาน ในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิร่วมกับองค์กรอื่นๆ
หมายเหตุ: ไม่ดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ทางการเมืองแต่ประการใด